พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น...แล้วดีอย่างไร

 


พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น จะช่วยให้พืชสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานเคมีและผลิตอาหารได้มากขึ้นจากปัจจัยการผลิตเท่าเดิม ประโยชน์ของพืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นมีดังนี้

  • เพิ่มปริมาณอาหาร พืชเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ การสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นจะทำให้พืชผลิตอาหารได้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณอาหารในระบบนิเวศเพิ่มขึ้น ช่วยให้ผู้คนมีอาหารเพียงพอต่อการบริโภค
  • ลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ พืชใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสง การสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นจะทำให้พืชดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศลดลง ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน
  • เพิ่มออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ พืชผลิตออกซิเจนจากการสังเคราะห์แสง การสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นจะทำให้พืชผลิตออกซิเจนได้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น ช่วยให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดหายใจได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ การสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นยังอาจมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับมลพิษทางอากาศ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นอาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน เช่น การเพิ่มปริมาณวัชพืช การแย่งชิงทรัพยากรจากพืชชนิดอื่นๆ เป็นต้น ดังนั้น จึงควรมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของพืช ได้แก่

  • การปรับปรุงพันธุ์พืช โดยคัดเลือกพันธุ์พืชที่มีความสามารถในการสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น เช่น พันธุ์พืชที่มีคลอโรฟิลล์มากกว่าพันธุ์พืชปกติ
  • การใช้สารกระตุ้นการสังเคราะห์แสง เช่น ฮอร์โมนสังเคราะห์ สารเคมี เป็นต้น
  • การใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรม เพื่อเพิ่มยีนที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสงในพืช

ปัจจุบัน มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของพืชอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น หมายถึง พืชสามารถผลิตอาหารได้มากขึ้นจากปริมาณน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์เท่าเดิม ดีต่อทั้งพืชเองและสิ่งแวดล้อม ดังนี้

  • ดีต่อพืชเอง

    • พืชมีอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตและออกดอกออกผล
    • พืชมีภูมิคุ้มกันโรคและแมลงดีขึ้น
    • พืชทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน
  • ดีต่อสิ่งแวดล้อม

    • ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ
    • เพิ่มปริมาณออกซิเจนในบรรยากาศ
    • ช่วยให้ระบบนิเวศมีความสมดุล

ประโยชน์ของพืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น


  • เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น หมายถึง พืชสามารถผลิตอาหารได้มากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น เพียงพอต่อการบริโภคของมนุษย์และสัตว์
  • ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม พืชสังเคราะห์แสงสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะโลกร้อน การที่พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น จะช่วยให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศลดลง ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน
  • รักษาสมดุลของระบบนิเวศ พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ พืชช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และผลิตออกซิเจนให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศ การที่พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น จะช่วยให้ระบบนิเวศมีความสมดุล

ในปัจจุบัน มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของพืช เช่น การใช้ยีนบำบัดเพื่อเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบพืช การใช้สารเร่งการสังเคราะห์แสง เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อทั้งพืชเองและสิ่งแวดล้อม

กลับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รอล่า โปรตีนเปปไทด์สำหรับเร่งการเติบโตของพืช เหมาะกับเกษตรกรทุกระดับ

สารสกัดจากสาหร่ายทะเล ต้องใช้ปุ๋ยร่วมด้วย แต่ให้ลดปุ๋ยลง 70 %