อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่ได้มีแค่มนุษย์กับสัตว์ เท่านั้นที่ป่วย พืชก็ป่วยได้ด้วยนะ

 


พืชก็เป็นสิ่งมีชีวิตทีสามารถป่วยได้เช่นกัน สาเหตุที่ทำให้พืชป่วยมีมากมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • โรคพืช เกิดจากเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา สาหร่าย ไลเคน เป็นต้น
  • แมลงศัตรูพืช เป็นแมลงที่กัดกินพืชหรือดูดน้ำเลี้ยงจากพืช
  • สัตว์ศัตรูพืช เป็นสัตว์ที่กินพืช เช่น หนู กระรอก กระต่าย เป็นต้น
  • ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม เช่น ดินเค็ม น้ำขัง แสงแดดจัด เป็นต้น

อาการป่วยของพืชที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ใบเหลืองหรือใบร่วง มักเกิดจากปัญหาด้านสภาพแวดล้อม เช่น น้ำน้อย น้ำมากเกินไป แสงแดดจัด เป็นต้น
  • ใบแห้งหรือใบไหม้ มักเกิดจากปัญหาด้านสภาพแวดล้อม เช่น อากาศร้อนจัด อากาศหนาวจัด โรคพืช เป็นต้น
  • ใบมีจุดหรือแผล มักเกิดจากโรคพืชหรือแมลงศัตรูพืช
  • รากเน่า มักเกิดจากปัญหาด้านสภาพแวดล้อม เช่น ดินอุ้มน้ำมากเกินไป โรคพืช เป็นต้น

หากพบอาการป่วยของพืช ควรรีบหาสาเหตุและแก้ไขอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้พืชเสียหายจนไม่สามารถฟื้นตัวได้

นอกจากนี้ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้พืชป่วยได้เช่นกัน เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจทำให้พืชปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้พืชอ่อนแอและติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น จึงควรดูแลพืชอย่างเหมาะสม โดยให้น้ำ ปุ๋ย และแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการป่วยของพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพของพืช พืชอาจป่วยได้จากการขาดสารอาหาร การติดเชื้อจากเชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัส รวมไปถึงการถูกทำลายโดยสัตว์หรือแมลง

อาการป่วยของพืชอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและสาเหตุของโรค อาการทั่วไปที่พบ ได้แก่ ใบไหม้ ใบร่วง ลำต้นเน่า หรือต้นเหี่ยว

หากพบอาการป่วยของพืชควรรีบแก้ไขโดยเร็ว เพื่อไม่ให้โรคลุกลามจนทำให้พืชตายได้

ต่อไปนี้เป็นวิธีป้องกันพืชป่วยจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

  • เลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในพื้นที่
  • ดูแลให้พืชได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ
  • รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่าให้แฉะเกินไป
  • กำจัดวัชพืชและศัตรูพืช
  • ปลูกพืชให้ห่างกันพอสมควร เพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเทไม่ดี

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยป้องกันพืชป่วยจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น การใช้สารป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย การใช้สารปรับปรุงดิน การใช้แสงเทียม และการใช้ระบบควบคุมสภาพอากาศ

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากโรคพืชได้มากขึ้น

โรคพืชคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพืชอันเนื่องมาจากสาเหตุจากสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิต โรคพืชสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

  • โรคพืชจากสิ่งมีชีวิต ได้แก่ โรคที่เกิดจากเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ไวรอยด์ ไฟโตพลาสมา และไส้เดือนฝอย
  • โรคพืชจากสิ่งไม่มีชีวิต ได้แก่ โรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ อากาศ และแสงแดด

โรคพืชสามารถส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือทำให้พืชตายหรือเสียหายจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ทางอ้อมคือทำให้พืชผลิตผลได้น้อยลง คุณภาพผลผลิตลดลง หรือทำให้ผลผลิตเป็นพิษต่อผู้บริโภค

แนวทางแก้ไขโรคพืชมี 2 วิธีหลักๆ คือ

  • การป้องกัน เป็นการลดโอกาสหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคพืช เช่น การเลือกปลูกพืชที่ทนทานต่อโรค ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับพืช และหมั่นดูแลรักษาพืชอย่างสม่ำเสมอ
  • การกำจัด เป็นการกำจัดเชื้อโรคหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคพืช เช่น การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การใช้เชื้อราหรือแบคทีเรียปฏิปักษ์ หรือการใช้วิธีทางชีวภาพอื่นๆ

โรคพืชที่พบบ่อยในประเทศไทยมีดังนี้

  • โรคพืชจากสิ่งมีชีวิต
    • โรคราน้ำค้าง (Downy mildew) เกิดจากเชื้อรา อาการของโรคคือใบพืชมีจุดสีเหลืองหรือน้ำตาล และใบจะเหี่ยวเฉา
    • โรคเน่าคอดิน (Damping off) เกิดจากเชื้อรา อาการของโรคคือต้นพืชจะเน่าและตายตั้งแต่โคนต้น
    • โรคใบจุด (Leaf spot) เกิดจากเชื้อรา อาการของโรคคือใบพืชมีจุดสีน้ำตาลหรือสีดำ
    • โรคราสนิม (Rust) เกิดจากเชื้อรา อาการของโรคคือใบพืชมีจุดสีเหลืองหรือสีส้ม
    • โรคไวรัส (Virus) เกิดจากเชื้อไวรัส อาการของโรคคือใบพืชมีจุดหรือลายสีเหลืองหรือสีน้ำตาล
    • โรคแบคทีเรีย (Bacteria) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาการของโรคคือใบพืชมีจุดสีน้ำตาลหรือสีดำ และใบจะเหี่ยวเฉา
  • โรคพืชจากสิ่งไม่มีชีวิต
    • โรคขาดธาตุอาหาร เกิดจากพืชได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอ อาการของโรคคือใบพืชมีสีซีดหรือเหลือง
    • โรคน้ำขัง เกิดจากดินมีน้ำท่วมขัง อาการของโรคคือรากพืชจะเน่าและตาย
    • โรคน้ำค้างแข็ง เกิดจากอุณหภูมิต่ำจัด อาการของโรคคือใบพืชจะไหม้หรือตาย
    • โรคลมพายุ เกิดจากลมแรง อาการของโรคคือต้นพืชจะหักหรือล้ม

เกษตรกรสามารถป้องกันและกำจัดโรคพืชได้ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรควรหมั่นสังเกตอาการของพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ตรวจพบโรคพืชได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสามารถดำเนินการป้องกันหรือกำจัดได้อย่างทันท่วงที

กลับหน้าหลัก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รอล่า โปรตีนเปปไทด์สำหรับเร่งการเติบโตของพืช เหมาะกับเกษตรกรทุกระดับ

พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น...แล้วดีอย่างไร

ปัจจัยการผลิตของเกษตรกรยุคใหม่ สะดวก ปลอดภัยได้ผล ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต